2007/May/16

(เซนต์ปีเตอร์ยามเช้า)

ตื่น0700ออกเดินทางจากที่พักตอน0730ตามแผนเดิมกะจะขึ้นเมโทรไปที่วาติกัน แต่ป๊าบอกว่าน่าจะนั่งรถเมล์ดีกว่าจะได้เห็นเมืองไปด้วยเลยพากันเดินไปขึ้นรถที่เทอมินิ(เป็นที่ๆมีทั้งรถไฟ เมโทร และรถเมล์)สายอะไรจำมะได้แต่ค่าตั๋ว1ยูโร ไปยังวาติกัน แล้วก็ชมเมืองไปเรื่อยๆจนถึงวาติกันออกเดินตามหาจุดนัดพบ(จองทัวร์วาติกันมิวเซียมไว้)ตามกำหนดเค้านัด0930....มีเวลาอีกชั่วโมง......ปวดขี้....ตามหาห้องน้ำให้ควัก เมืองบ้านิ ทีน้ำกินหล่ะเยอะเชียว....

(นักเล้ง....แดดแรงน่ะ)

(ไกด์หนวด)

(อินทีเรีย)

(คอร์ท.....คอร์ท!????)

(โดม)

(ฝ้า)

เข้าไปข้างใน...เค้ามีการตกแต่งภายในใหม่น่าจะโดยสถาปนิกคนเดียวกะที่ออกแบบลูฟว์เพราะวัสดุดูคล้ายๆกัน.....คิดถูกจิงๆที่จองทัวร์แม้จะจ่ายแพงกว่าแต่ก็ได้ลัดคิว(ยาวเกือบ500เมตรบ้าจิง)เข้ามาเลย....สวยมากแบบว่า....สวยอ่ะ.....เดินขาลากไปตามห้องต่างๆนพิพิธพันธ์ ได้เห็นของเจ๋งๆเพียบรูปปั้นเอย รูปวาดเอยช่วงสุดท้ายเข้าไปที่ซิสทีนชาเปลที่เค้าใช้เป็นที่เลือกโปป ก็สวยดี...แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไร(เอียน)

(สกูลออฟเอเทนส์)

(ซิสทีนชาเปล)

จากนั้นก็ออกมาหาอาหารกินที่โรงอาหาร อร่อย!!(8ยูโร) แล้วก็ไปส่งโปสการ์ด....ฮุๆๆๆ

(สวิสการ์ด)

พอออกมาจากมิวเซียมพยายามหาทางเข้าไปที่โบส์ถเซนต์ปีเตอร์(อยู่ติดๆกัน)ดันเข้าผิดไปเข้าสุสานแต่ก็ดีนะ....ได้เห็นที่ฝังพระศพของพระสันตะปาปาจอนปอล์ที่สองด้วย

จากนั้นก็มุดไปไปจนเจอโบส์ถเซ็นต์ปีเตอร์ เจอของจริงถึงเข้าใจคำว่า โคลอสซอล ออเดอร์ มันใหญ่จริงๆ แบบว่า....โคตรใหญ่ ภายในสวยมากการตกแต่งแบบบาโรคที่ยุบยับไปหมด ดูแล้วน่าจะดูรกแต่ก็ไม่รก สวย ลงตัว ทั้งๆที่ปกติเกลียดการตกแต่งแบบนี้....แต่ ....เจอที่นี่แล้วชอบอ่ะ แล้วก็เหลือบไปเห็นรูปปั้น ปิแอตต้า ของมิเคลลานเจโล(อีกแล้ว) อยากจะบอกว่า...สวยมาก แต่น่าเสียดายที่มีการกันกาะจกทำให้ถ่ายรูปได้ไม่ค่อยสวย+คนเยอะมาก....หงุดหงิด

(พระแม่!!!!)

(สังเกตขนาดคน)

พอจบจากเซนต์ปีเตอร์ก็เริ่มไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อดีเพิ่งบ่าย2เองเลยลากกันไปที่ แพนเทียน (โดมนรก) วิหารโรมันผุๆ ที่สเปสสวยโคตร (ดูๆแล้วไม่น่าเชื่อว่าโดมที่เซนต์ปีเตอร์จะใหญ่กว่า) เสียแต่ว่าคนเยอะ จากนั้นก็ไปเดินต่อที่ปิแอสซ่าโนวาน่า โดนหลอกขายสายสินจ์โง่ๆ....เราจะไม่พูดถึงมันอีกแต่จงรู้ไว้ว่าอย่าให้ใครผูกแขน หรือถ้าเค้าผูกให้ก็ไม่ต้องคิดให้เงินนะ(โดนฟัน3ยูโรโง่จิงๆเลยตู)

(ไร้คำบรรยาย....สวยยยยยยยยยยยย)

จากนั้นก็เริ่มหมดที่ไป.....ไม่รู้จะไปไหนดีจิงๆเลยพากันเดินไปดูเมืองแล้วก็ไปเจอสุสานนักรบนิรนาม คล้ายๆกะอนุสาวรีย์ชัยบ้านเรา สวยมาก (รู้สึกจะใช้คำนี้บ่อย+ต่อจากนี้ก็จะมีต่อไปเรื่อยๆ)

แล้วก็ยอ้ยกลับไปที่ เทรวิ เฟาเทน เค้าว่ากันว่าถ้าโยนเหรียญลงในน้ำพุนี้1เหรียญเพื่อแสดงว่าได้มาโรม เหรียญที่สองเพื่อกลับมาที่โรม และเหรียญที่สามเพื่อกลับมาที่โรมกับคนรัก......ฮุๆ 3ยูโร

(โบส์ถของจิอานลอเลนโซ โบโรมินี่...ชื่อไรจำมะได้)

จากนั้น(1วันเที่ยวได้หลายที่จริงๆขนาดเที่ยวชิลๆนะเนี่ย)ก็ไปที่ทำเนียบรัฐบาลเค้ามีการจัดแสดงผลงานศิลปะเจ๋งจากทั่วยุโรป(ไอ่คิงบอกว่ามารอบนี้เข้าใจเลยว่า รูปสวยๆเป็นยังไง)

เหนื่อยโค้ดๆๆๆๆๆๆ

อ่อ...ลืมๆ....ได้กินเจลาโต้ด้วย.....ว่าไปแล้วก็นะ....ไม่ได้อร่อยขนาดนั้น 2ยูโรแน่ะกินเมืองไทยดีกว่ารสชาดพอกัน

จบวันที่2

(มาเที่ยวยูโรบกัน!!!)




edit @ 2007/05/17 09:53:00

2007/May/15

(สุวรรณภูมิ)

ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิตอนตีสองด้วยเครื่องไชน่าแอร์ไลน์(A340)ไปยังโรม เครื่องดีมากมีทีวีทุกที่นั่งยังกะบิสเนสคลาส

นั่งๆนอนๆดูทีวีบ้างหลับบ้าง....อาหารบนเครื่องดีทีเดียว(เจ๋งจ้อด)

ประมาน1030ถึงโรมสนามบิน ฟุมินอคคิโอ มั้งหอบกระเป๋าอันพะรุงพะรังของเราและของป๊า(เคบ่นแล้วบ่นอีกว่าหนักมาก...แหงหล่ะหนักกว่าของเคกะน้องรวมกันอีก ก็นะ แอบแบน ไม่ค่อยอยากช่วยขน ให้ป๊าขนเองก่อน ไว้เหนื่อยแล้วค่อยช่วย)ออกมาที่สถานีรถไฟที่เชื่อมไปยัง เทอมินี่ แบบว่าลืมไปว่ายูโรพาสมันใช้ได้เลยเสียคนลา11ยูโรประเดิม....ก็ไม่แพงนะ

ถึงเทอมินี่ตอนบ่ายโมง ลากกระเป๋า(หนักโคตรของป๊า)เดินหา โฮสเทล(ภาษาไทยเรียกว่าไร?) ที่จองไว้....ไม่เจอ!! หาไม่เจออ่ะเดินวนไปวนมา(กูว่ากูกะมาตามแผนที่ไหงไม่มีป้ายวะ???) ป๊าก็บอกว่าผิดทางแล้วต้องไปอีกทาง เราก็ว่ามันน่าจะถูกแล้วน้าาสรุปแล้วป๊าเลยบอกให้รอเฉยๆแล้วให้เราลองไปถามทางดู....

(ที่พัก)

ปรากฎว่าจิงๆแล้วมันอยู่ต่อหน้าเรานี่เองแต่ไม่ได้เปิดประตูและไม่มีป้าย...เพราะมันไม่ใช่โรงแรม....แต่เป็น โอสเทล...เป็นลักษณะว่าเป็นอพาร์ทเมนท์ที่เจ้าของมีห้องอยู่3ห้องแล้วก็เปิดให้คนเช่าเตียง....ตกใจมากไม่เคยเห็นที่พักแบบนี้ที่เมืองไทยเลย....ก่อนเข้าก็ต้องกดออดบอกเค้าว่า กูมาแล้วนะ แล้วเค้าจะเปิดประตูให้ จากนั้นก็ขึ้นลิฟท์ไปชัน5 (ชั้นอื่นๆเป็นบ้านคน)เข้าไปในห้องเพือ่จ่ายตังแล้วเข้าห้องพัก....เป็นห้องรวม6เตียง....โดยรวมนับว่าไม่เลวนัก

พอเก็บของเสร็จแล้วก็ออกมาตระเวน(อ่อ...ที่ห้องพักเค้าไม่ให้กุญแจนะ...ไม่มีการล้อกห้องแต่จะมีคนดูแลตลอด24ชม.) ตามแผนวันนี้กะว่ายังไม่เที่ยวแต่ไหนๆก็ยังมีเวลาแล้วก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว(เค้าให้แผนที่มาด้วย) ก็เลยออกมาเดินไปที่สถานีหาของกิน จากนั้นก็ตั้งเข็มสำรวจพื้นที่รอบๆไปที่ พิแอสซ่า รีพลับบลิกก้า สวย...จิงๆแล้วคือ อีเมืองบ้านี่มันโรคจิต สวยไปหมดทั้งเมือง มองไปตึกไหนๆก็ดูดีไปหมด ถึงเก่าก็ดูดีและเก่าอย่างดูดี ตึกแถวบ้านเค้านะไม่มีหรอก3-4ชั้นน่ะ 5-8ชั้นกันหมดแถมวัสดุก็ดูกลมกลืน มี "ยูนิตี้" ค้อดๆเป็นเมืองที่สวยมากๆ....ไม่ต้องพูดถึงจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยซ้ำ....ประเทศไทยไงๆก็ไม่มีทางสู้ได้ มันยังกะว่าทุกๆบล้อก คือ ปาลาสโซ่ หลังนึง

(รีพลับบลิค)

มีคนบอกว่าคนอิตาลีขับรถหน้ากลัวและอันตราย......แต่เคว่านะ...อยู่เมืองไทยน่ากลัวกว่านี้เยอะ...

(สังเกตบานประคู)

ว่าแล้วก็เดินไปเจอโบส์ถแปลกอยู่ติดกะ พิแอสซ่า รีพลับบลิกก้า ชื่อว่า ซานตามาเรีย เดลกิ แองเจลิ และเพิ่งรู้ว่าเป็นโบส์ที่สร้างโดย มิเคลลานเจโล สวยค่อดๆ ตื่นตาตื่นใจมากๆ เพราะคนน้อย สเปสสูงและสวย เย็นยะเยือก แสงสี ดู ล่องลอย แบบว่า....ต้องไปดูเองจิงๆ

(โดมคับ)

(แสงสวยโคด)

(รูปด้านดูแปลกๆ(น้อยๆ))

จากนั้นก็พากันเดินมุ่งหน้าไปตามถนน เนชั่นแนล ดูร้านค้าต่างไปเรื่อยๆ แล้วก็ลากสังขาร(ทรมานป๊าโดยไม่ได้ตั้งใจ)เดินขึ้นเนินไปที่

(โบสถ์สี่น้ำพุ)

โบส์ถ ซังคาโล เอล ควาโทร ฟอนตาเน่ ที่ปิดอยู่(เซงเป็ด) ได้แต่ทำใจแล้วก็ลากสังขารเดินย้อนไปที่ ซานตามาเรีย มัคจิโอเร แบบว่า นี่ก็สวย

(ด้านหน้า)

(ด้านหลังสวย)

(พระเจ้ายิงแสง)

จากการเที่ยว1วันสรุปได้ว่า โรมเป็นเมือนที่ระบบปะปาดีมาก มีน้ำพุเต็มไปหมด มีทุกๆสี่แยก และ "ดื่มได้" จ้อด ใสมากๆ ป๊าบอกว่าเพราะมีแคลเซี่ยมเยอะ แต่ก็นะ....ใส เย็น และ อร่อย เจ๋งค่อดๆ

แต่หาห้องน้ำโคดยากเลย+เก็บตัง .25ยูโรแหน่ะ







edit @ 2007/05/17 09:53:45

2007/Apr/14

วันนี้อินเทรนด.....ดูซอดองโย....โฮะๆๆๆ

มันสนุกดีนะ......อารมณ์ยังกะ love hina อุปสรรคเยอะเหลือเกิน

เห็นพรีวิวขอนตอนหน้าแล้กก็รู้สึกว่า.....

"โอ้...พระเจ้า...จบดีอะไรเช่นนี้!!!"

เกร็ดเล็กน้อย....คำว่า..ซอดองโย....แปลว่า.....ตำนานเด็กขายมัน...นะเออ

เนื่อเรื่องรวมๆพูดตรงๆว่าตามพล้อตตำนานมหากษัตริย์ทั่วไปเลย....

เจ้าชายที่ถูกเอาไปเลี้ยงเป็นเด็กธรรมดานอกวังแล้วก็กลับมายึดคืนเนี่ย

สิ่งที่อยากจะพูดจริงๆก็คือ

"ความรัก"

ความรัก......คำๆนึงที่ไม่อาจแปลได้..

จากการดูเรื่อง"ซอดองโย".....

ก็พลันรู้สึกขึ้นมาว่า

"ขอเพียงคนสองคนรักกันอย่าจริงใจมอบความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้แก่กันและกันแล้ว...ทุกสิ่งก็ล้วนเป็นไปได้...ขอเพียงร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน...จะสร้าสรรค์สิ่งใดๆก็ได้ทั้งนั้น...แม้งานของพระเจ้า...มนุษย์ก็ยังสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ด้วยความรัก"

อา
...

อาจจะฟังดูเพ้อฝัน...แต่ก็นะ...ความเพ้อฝันก็คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์นี่นะ

ดูอย่างเอดิสันสิ...เพราะฝันจะสร้างแส่งสว่าง...จึงเกิดแสงสว่างขึ้นมา

มีคนเคยบอกว่า..."ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์"

เพราะฉะนั้น...เมื่อคิดจะมีความรักก็เตรียมรับความทุกข์ไว้ได้เลย...แต่ก็นะ...บางคนก็ยินดีจะทุกข์เพราะ"ความรัก".....